IR BEAUTINA LIVITANUTRICS COLOPHYLL
ผลิตภัณฑ์แนะนำ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโคโลฟิลล์
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปผงชงดื่มช่วยขับสารพิษในร่างกายที่อยู่ในเลือด ช่วยปรับสมดุึลในรางกาย ช่วยให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง สำหรับผู้บริโภคที่รักสุึขภาพ นอกจากนี้ยังช่วยขจััดสารพิษในเลือด ตับ และไต
อัลฟาฟ่า (อังกฤษ: Alfalfa )จัดเป็นพืชตระกูลถั่วที่มีที่ฝัก เป็นพืชพื้นเมืองของเอเชียตะวันตก และแถบเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก เป็นพืชชนิดแรกๆ ที่ใช้เพื่อการเพาะปลูกเติบโตได้ในแทบทุกอากาศทั่วโลก อัลฟาลฟ่ามีระบบรากที่มหัศจรรย์มาก ซึ่งสามารถชอนไชลงไปได้ลึกกว่า 130 ฟุต จึงมีประสิทธิภาพ ในการดูดซึมธาตุอาหารได้มากกว่าและบริสุทธิ์กว่า อีก ทั้งตัวของอัลฟาลฟ่าเองก็จะไม่สะสมสารพิษ ชาวอาหรับโบราณรู้จักใช้ประดยชน์จากอัลฟาลฟ่า มากว่า 2,000 ปีก่อนคริสตกาล โดยใช้เป็นพืชเลี้ยงสัตว์ เพื่อเพิ่มความเร็วและแข็งแรงให้กับม้า อีกทั้งยังใช้ใบมาตากแห้งชงเป็นชาดื่ม ด้วยคุณค่้าทางอาหารที่มากมาย ชาวอาหรับจึงขนานนาม Alfalfa ให้เป็น AL-FAS-FAH-SHA หรือ"ราชาแห่งอาหารทั้งมวล"
สรรพคุณ
1.มีสารไอโซฟลาโวน(Isoflavone)ซึ่งเป็นไฟโตเอสโตรเจน(Phytoestrogen) ในสตรีในวัยใกล้หมดประจำเดือน เอสโตรเจนจะลดต่ำลง ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพร่างกาย และภาวะกระดูกเสื่อม ไฟโตเอสโตรเจนนี้ จะเข้าไปชดเชยเอสโตรเจนที่ต่ำลงนี้ นอกจากนั้นยังมีวิตามินดี แร่ธาตุ แคลเซียมและฟอสฟอรัส ซึ่งเป็นแร่ธาตุ ที่ทำให้กระดูกฟันแข็งแรง จึงลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะกระดูกเสื่อม และช่วยให้ร่างกายปรับสภาพได้ อย่างเหมาะสม นช่วงนี้ของอายุ เช่น อาการร้อนวูบวาบตามตัว หงุดหงิดง่ายลงด้วย นอกจากนั้นยังจะสามารถบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ สำหรับผู้ที่มีอาการปวดประจำเดือนเป็นประจำ
2.จากการศึกษาพบว่า สารซาโปนิน (Saponin) ในอัลฟาลฟ่า ช่วยป้องกันหรือชลอการดูดซึมคอเลสเตอรอลจากอาหาร ดังนั้นจึงช่วยให้ดะดับคอเลสเตอรอลในเลือด ป้องกันการเกิดภาวะการสะสมไขมันในหลอดเลือด และช่วยควบคุมระดับความเข้มข้น ของคอเลสตอรอลให้เป็นปกติ
3.ช่วยทำความสะอาดผิวจากภายใน เนื่องจากคลอโรฟิลล์จะทำหน้าที่ขจัดของเสีย สารพิษออกจากเลือด และอวัยวะภายใน(Blood and Bowel Cleanser) ลดการตกค้างของของเสียตามผิวหนัง ทำให้เลือดสะอาด และไหลเวียนได้ดีขึ้นเหมาะอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่รับประทานมากและชอบรับประทานเนื้อสัตว์ เมื่อเลือดดีขึ้นทำให้ผิวพรรณผ่องใสมีสุขภาะพที่ดีตามมา นอกจากนี้สารไฟโตเอสโตรเจนในอัลฟาลฟ่า ยังช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งพบว่าในคนที่มีสิวง่ายเมื่อรับประทานอัลฟาลฟ่า ปริมาณการเกิดสิวจะลดลง และผิวจะดูสะอาดขึ้น
4.อัลฟาลฟ่า สามารถรักษาโรคที่เกี่ยวกับกระเพาะอาหารต่างๆ เช่น มีแก๊สในกระเพาะอาหารมากเกิดอาการจุกเสียด เป็นประจำ โรคแผลในกระเพาะอาหาร และโรคเบื่ออาหาร โดยพบว่าอัลฟาลฟ่ามีวิตามินยู ซึ่ง ดร.กาเนนท์ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัย สแตนฟอร์ด กล่าวว่า วิตามินยู มีศักยภาพสูงในการรักษาโรคกระเพาะ ทำให้การสมานแผลในกระเพาะดีขึ้น และการหลั่งของน้ำย่อยเป็นปกติ การรักษาโรคของหญ้าอัลฟาลฟ่านี้อาจจะเป็นในลักษณะเดียวยกันกับวิธีทางธรรมชาติของแมวหรือสุนัข ที่มักจะกินหญ้าเพื่อบรรเทาโรคกระเพาะของมันได้
5.มีบีเทน ไฮโดรคลอไรด์ (Betaine HCL) ซึ่งทำหน้าที่ย่อยโปรตีนและเอนไซม์อื่นๆ อีก 7 ชนิดที่ส่งเสริมปฏิกิริยาเคมี ที่สามารถทำให้การดูดซึมสารอาหารภายในร่างกายเป็นไปอย่างถูกต้อง และเหมาะสม รวมทั้งมีเบต้าแคโรทีนในปริมาณสูง ทำให้ผิวที่เคลือบกระเพาะอาหารมีความแข็งแรง
6.ช่วยลดอาการปวดข้อ ข้อแข็ง รูมาตอยด์ เนื่องจากสารอาหารในอัลฟาลฟ่าจะช่วยปรับสมดุล กรดด่างในร่างกาย ป้องกันการสะสมของกรดยูริคและกรดอื่นๆ ตามข้อต่อต่างๆ ซึ่งมีรายงานความมหัศจรรย์ ผลการใช้อัลฟาลฟ่าในหนังสือของแคทเทอรีน เอลวูล ชื่อ Feel Like a Million ซึ่งทำให้คนไข้โรครูมาตอยด์ สามารถงอมือได้สะดวกยิ่งขึ้นและความเจ็บปวดก็หายไป
7.ช่วยเพิ่มการหลั่งของน้ำนม สำหรับมารดาที่กำลังให้นมบุตร และยังมีคุณสมบัติในการช่วยขับถ่ายปัสสาวะ ให้เป็นปกติได้อีกด้วย
8.มีการศึกษาทั้งในมนุษย์ สัตว์ ว่าสารไฟโตเอสโตรเจน ซึ่งมีมากในอัลฟาลฟ่า มีบทบาทที่สำคัญในการป้องกันโรคมะเร็งได้
9.แพทย์ชาวจีนใช้ใบอ่อนอัลฟาลฟ่า เพื่อการรักษาอาการย่อยอาหารไม่ปกติมาตั้งแต่ในสมัยโบราณ เช่นเดียวกันกับแพทย์ชาวอินเดีย ที่ใช้ใบ และดอกสำหรับการรักษากระบวนการย่อยอาหารไม่ปกติ
สารสำคัญ ด้วยระบบรากที่มีประสิทธิภาพในการดูดซึมธาตุอาหารมากกว่าพืชชนิดใดๆ ทำให้อัลฟาลฟ่าเป็นพืชที่มีส่วนประกอบของสารต่างๆ มากมาย โดยมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายถึง 8 ชนิด เช่น ไอโซลูซีน (Isoleucine)ลูซีน (Leucine) ไลซีน (Lysine) เมไทโอนีน (Methionine) เป็นต้น ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ แต่จำเป็นต้องมีไว้เพื่อประโยชน์ในการสร้างเซลใหม่ อีกทั้งอัลฟาลฟ่ายังมี วิตามิน เอ บี1 บี บี8บี12 ซี ดี อี เค พี ยู และเกลือแร่อีกหลากชนิด เช่น ฟอสฟอรัส โปแตสเซียม แคลเซียม สังกะสี ซีลีเนียม และแมกนีเซียม เป็นต้น และยังมีเอนไซม์หลัึกอีกถึง 8 ชนิด คือ ไลเปส (Lipase) โคกุเลส (Coagulase) อีมูลซิน (Emulsin) อินเวอร์เทส (Invertase) เปอร์อ๊อกซีเดส (Peroxidase) เพดติเนส (Pectinase) โปรติเอส (Protease) นอกจากนี้ อัลฟาลฟ่ายังมีสวนประกอบของสารอื่นๆอีก เช่น เบต้าแคโรทีน (Betacarotene) ไบโอฟลาโวนอยส์ (Bioflavonoids) แคโรทีน (Carotene) โคลีน (Choline) คลอโรฟิลล์ (Chlorohpyll) ฟลาโวน (Flavene) ไอโซฟลาโวน (Isoflavone) สเตอรอล (Sterol) และซาโปนิน (Saponin) เป็นต้น ซึ่งล้วนแต่เป็นสารที่ให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายด้วยกันทั้งนั้น
ลำต้น ใบ และดอกของต้นอัลฟาฟ่้า
Greentea
ชาเขียว(อังกฤษ:Greentea) ชาเขียวประกอบไปด้วยสาร Catechin Polyphenol โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปริมาณสาร Epigallocatechin Gallate (EGCG) ที่มีอยู่มากในตัวชา่ ปริมาณสาร Epigallocatechin Gallate (EGCG) เป็นสารต้านพิษ ต้านอนุมูลอิสระ และยับยั้งการเติบโตของเซลมะเร็ง ชาเขียว มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายด้าน รวมถึงสามารถป้องกันมะเร็งผิวหนังได้ด้วย จากงานวิจัยพบว่า ดื่มชาเขียวทุกวันวันละประมาณ 4 แก้ว หรือมากกว่านั้น ช่วยป้องกันมะเร็งผิวหนังได้ เพราะในชาเขียวมีสารแอนติออกซิแดนท์ โพลีฟีนอลซึ่งมีฤทธิ์ต้านมะเร็ง สรรพคุณของชาเขียวอีกประการหนึ่ง คือช่วยลดน้ำหนัก จากการวิจัยยังพบอีกว่าสารคาเฟอีนและสารฝาดแคททิคิน(Catechin) ในชาเขียวทำให้เมตาบอลิซึมในร่างกายดีขึ้น เผาผลาญพลังงานได้มาก เป็นผลทำให้น้ำหนักตัวลดลง โดยที่ไม่มีผลกระทบต่ออัตราการเต้นของหัวใจ
ชาเขียว ได้รับการยกย่องว่าเป็นเครื่องดื่มที่มีสรรพคุณเป็นยาบำบัดมายาวนาน และยังสอดคล้องกับผลการวิจัย ในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์อีกด้วย โดยเฉพาะคุณสมบัติที่โดดเด่นของชาเขียวก็ คือ การช่วยล้างพิษออกจากร่างกายได้ลึกถึงระดับเซลล์ สรุปกลไกการทำงานของชาเขียวในการล้างพิษได้ดังนี้
1.ฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ของชาเขียวช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดแข็งตัว โรคหัวใจ ชะลอความชรา ลดขบวนการทำลายสารพันธุกรรมและยับยั้งการก่อมะเร็ง
2.ความจำเพาะเจาะจงในการกระตุ้นเอ็นไซม์ที่ทำหน้าที่ขจัดสารพิษในตับของชาเขียว ช่วยเพิ่มขบวนการขจัดสารพิษที่ได้รับจากอาหาร ยา และสารพิษอื่นๆ ได้ดีขึ้น และทำให้สุขภาพของตับดีขึ้นด้วย
3.ความสามารถในการยับยั้งการแบ่งตัวของเซลมะเร็งของชาเขียว ช่วยลดการเจริญเติบโตของเซลที่ผิดปกติ เนื้องอก และเซลมะเร็งได้
4.ชาเขียวช่วยให้แบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้มีการพัฒนาการทำงานได้ดีขึ้น จึงลดการแทนที่จากแบคทีเรียที่ไม่ดีได้ ส่งผลให้การเผาผลาญอาหารได้ดีขึ้น
5.ช่วยลดคลอเรสเตอรอล LDL และเพิ่ม HDL ซึ่งเป็นไขมันที่ดี ชาเขียวจึงช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคไขมันอุดตันหลอดเลือดได้ ซึ่งเป็นผลดีต่อหัวใจและสมอง
6.ชาเขียวสามารถยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดกลิ่นปาก ป้องกันฟันผุ และบรรเทาอาการเหงือกอักเสบ
7.ชาเขียวยังช่วยควบคุมน้ำหนักโดยออกฤทธิ์ร่วมกับ Caffeine ในการเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงาน ในระหว่างวันของร่างกายให้มากขึ้น
ใบและดอกของชาเขียว
Chicory
ชิกโครี(อังกฤษ: Chicory ) มีถิ่นกำ เนิดอยู่ในยุโรป มีผู้ค้นพบขณะที่เริ่มเจริญออกมาจากเนินดิน ในสวนพฤกษศาสตร์กรุงบรัสเชล เมื่อปี ค.ศ. 1845 และศึกษาวิธีการปลูกจนสามารถผลิตชิโครีในปริมาณพอเพียงสำหรับป้อนตลาดและส่งออกไปยังประเทศฝรั่งเศสได้ในปี ค.ศ. 1875 จึงเป็นที่นิยมของตลาด
ยุโรปตั้งแต่นั้นมา Bailey (1935) รายงานว่าการปลูกชิโครี่เพื่อผลิตรากส่งโรงงานผลิตกาแฟสำเร็จรูปและบ่มเพื่อให้ใบใหม่เจริญเป็นปลีแน่นสีขาวอมเหลือง (chicons) ในสหรัฐอเมริกา ได้รับความนิยม จากเกษตรกรสูงในปี ค.ศ. 1899 แต่หลังจากนั้นเนื่องจากมีพืชอื่น ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าทำให้พื้นที่ปลูกลดลงไปอย่างมากชิโครี่เป็นพืชอวบนํ้าสองฤดู นิยมนำ มาปลูกในปีแรกเพื่อผลิตรากและนำ รากมาบ่มเพื่อผลิตใบใหม่ซึ่งจะเจริญเป็นปลีแน่นสีขาว หรือสีครีม หรือสีแดง (chicons) มีลำ ต้นสั้นใบจะเจริญจากลำต้นซ้อนกันเป็นกลุ่มแน่น รากแก้วจะเจริญลึกลงไปในดิน และขยายใหญ่ขึ้น ทำหน้าที่สะสมอาหาร ดอกจะเจริญจากก้านดอกเป็นดอกสมบูรณ์เพศและเจริญเป็นกลุ่ม แต่ละดอกจะมีจำนวนดอกเล็กๆ18 – 20ดอกต่อกลุ่ม ระยะที่ดอกบานจะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1–1 ½ นิ้ว ดอกสีฟ้าอ่อน สีม่วง หรือสีขาวดอกบานในตอนเช้าและบานอยู่หลายชั่วโมงและจะปิดตอนบ่าย การเจริญของดอกขึ้นอยู่กับช่วงแสงและอุณหภูมิ การปลูกในระยะที่มีช่วงแสงยาวและอุณหภูมิตํ่าจะแทงช่อดอกเร็ว เมล็ด 1,000 เมล็ดมีนํ้าหนัก 1.4 กรัมเนื่องจากเป็นพืชผสมข้าม การปลูกเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ ควรปลูกแต่ละสายพันธุ์ ให้ห่างกัน 1,000 เมตร
ชิกโครี (อังกฤษ: Chicory ) รากของชิกโครีพบว่ามีอินูลินมากถึง 20% ซึ่งเป็นเส้นใยอาหารที่ละลายน้ำได้
อินูลิน (อังกฤษ:Inulin) สารอินูลินมีประโยชน์ต่อระบบทางเิดินอาหาร เนื่องจากเป็นสารพรีไบโอติกที่ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในลำไส้ มีโปรตีนสูง รวมทั้งแร่ธาตุต่างๆ ส่วนมากนิยมนำไปใช้้เป็นสารให้ความหวาน หรือเติมแต่งรสชาติของอาหารและเครื่องดื่มหรือนำไปพัฒนาเป็นเครืิ่องดื่มสำเร็จรูปในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
อินูลิน (อังกฤษ:Inulin) มีลักษณะเฉพาะคือมีรสชาติที่หวานคล้ายกับน้ำตาล และไม่ถูกย่อยในทางเิดินอาหารจึงไม่ให้พลังงานและไม่เพิ่มระดับน้ำตาล ช่วยในระบบขับถ่าย ลดการอักเสบในลำไส้และทางเิดินอาหารช่วยดูดซับและขับสารพิษ ทำให้ผิวกระจ่างใส และป้องกันโรคมะเร็งลำไส้
ใบและดอกของชาเขียว